สุนัขกว่า 15,000 ตัวจะถูกฆ่าภายในสิ้นเดือนนี้ ในงานเทศกาลเนื้อสุนัขเมืองหยูหลิน

เมืองหยูหลิน มณฆลส่านสี ประเทศจีน จะเดินหน้าจัดเทศกาลกินเนื้อสุนัขอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้

งานเนื้อสุนัขเมืองหยูหลินเป็นเทศกาลบริโภคเนื้อสุนัขที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นที่มณฑลทางใต้ของประเทศจีน "การเฉลิมฉลอง"ที่ว่านี้เริ่มในปี 2009 และจัดขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีสุนัขมากกว่า 15,000 ตัวและแมว กว่า 4,000 ตัวถูกฆ่าเพื่อนำเนื้อมาบริโภคในช่วงเวลา 10 วัน ของเทศกาล

สุนัขที่ถูกจับมาบางส่วนเป็นสุนัขจรจัด แต่โดยมากแล้วเป็นสุนัขขนาดเล็กที่มีเจ้าของและถูกจับมาจากสวนหลังบ้าน องค์กรสวัสดิภาพสัตว์หลายองค์กรรายงานว่าสุนัขบางตัวที่พบในโรงฆ่ายังคงสวมปลอกคออยู่

เมื่อถึงวันเทศกาล พวกสุนัขจะถูกขนส่งไปยังที่จัดงาน โดยถูกจับยัดเข้าไปในกรงใบเล็กๆ ใบละหลายๆ ตัว จนพวกเขาขยับตัวไม่ได้ และจะต้องอยู่ในกรงแคบๆ อย่างนี้เป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ จนกว่าจะมีคนมาซื้อ หลังจากนั้นพวกเขาจะถูกฆ่าอย่างทารุณโดยการทุบตีหรือแม้กระทั่งถูกราดน้ำร้อนใส่ โดยมากแล้วจะกระทำในพื้นที่เปิดโล่ง ต่อหน้าสุนัขตัวอื่นๆ ที่ยืนดูอย่างหวาดผวา

ภาพจาก Animals Asia

นักรณรงค์คนหนึ่งที่อยู่ในโรงฆ่าเล่าว่า พวกสุนัขไม่มีเรี่ยวแรง และไปยืนแนบตัวติดกับกำแพงโดยหวังว่าคนจะไม่สังเกตเห็น หลายตัวเข้ามาตะกุยขาของกลุ่มนักรณรงค์เพื่อขอความเมตตา

ชมวิดีโอสารคดีจาก Vice Magazine สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเทศกาลนี้:

นี่อาจเป็นภาพที่คนรักสัตว์หลายๆ ไม่อยากจะนึกถึง เจ้าของสุนัขหรือแมวต่างก็รู้กันดีกว่าพวกเขาเป็นสัตว์ที่ฉลาดและมีความอ่อนไหวเพียงใด ไม่ต้องบรรยายให้มากคำก็คงรู้กันว่าพวกเขาต้องหวาดกลัวและเจ็บปวดทรมานเพียงไหนเมื่อต้องอยู่ในโรงฆ่า

และภาพแบบนี้ก็จะเกิดต่อไปเรื่อยๆ เป็นระยะเวลาอีกหลายสิบปี หากพวกเรายังไม่ทบทวนพฤติกรรมการกินของตนเอง

หากเรามีความเห็นอกเห็นใจต่อสุนัขและแมวแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ส่งต่อความเห็นอกเห็นใจแบบเดียวกันนี้ไปยังสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น ปลา ไก่ หมู วัว และแกะ พวกเขาต่างก็เป็นสัตว์ที่มีชีวิตจิตใจและความรู้สึกนึกคิดไม่ต่างไปจากสุุนัข เพียงเพราะว่าเราไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดสัมผัสกับเขา ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรเมตตาสัตว์เหล่านี้

ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ชนิดใดก็ตาม พวกเขาไม่สมควรถูกฆ่าเพื่อมาเป็นอาหารของคน

เราอาจจะต้องมาลองคิดตั้งคำถามดูว่า ทำไมในขณะที่คนบางกลุ่มคิดว่าการบริโภคเนื้อสุนัขเป็นเรื่องประหลาดน่าขยะแขยง คนบางกลุ่มกลับคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทำไมคนไทยจำนวนมากคิดว่าการบริโภคเนื้อวัวเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่ในประเทศอินเดีย การกินบริโภคเนื้อวัวถือเป็นเรื่องน่ารังเกียจเกินรับได้

จริงๆ แล้วพฤติกรรมการบริโภคของเราเป็นการประกอบสร้างของสังคมและวัฒนธรรม และวัฒนธรรมของเราก็ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เห็นตัวอย่างได้จากประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ศาลเมืองพูช็อนได้ประกาศให้การบริโภคเนื้อสุนัขเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นคำประกาศที่เป็นหมุดหมายสำคัญในประเทศที่มีการฆ่าสุนัขนับล้านตัวทุกปีเพื่อนำมาบริโภค กฎหมายนี้ถือเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การสั่งห้ามการบริโภคเนื้อสุนัขอย่างถาวรทั่วประเทศเกาหลีใต้

การเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่งที่กำลังเป็นกระแสในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของคนจำนวนมาก คนหลายล้านทั่วโลกได้ตระหนักถึงความโหดร้ายทารุณในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ และปฏิเสธการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ทุกชนิด

เมื่อมีข้อมูลมานำเสนอ ในฐานะคนทีมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวนี้เราก็ควรรับฟังเพื่อเก็บไปคิด

ข้อมูลดังกล่าวนี้ก็คือข้อมูลที่ว่าสัตว์ทุกชนิดต่างมีสิทธิ์และต่างก็มีความปราถนาในการมีชีวิตอยู่ต่อไป อีกทั้งยังมีข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

คุณเป็นคนรักสัตว์หรือไม่ คุณคิดว่าพวกเขาสมควรมีชีวิตอย่างเป็นอิสระ ไม่ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือไม่ หากคุณเป็นคนรักสัตว์คุณอาจจะต้องลองคิดทบทวนพฤติกรรมการบริโภคของตัวเอง หากเราเป็นคนรักสัตว์จริงๆ เราก็ควรจะปฏิเสธการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกประเภท เพราะไม่ว่าจะเป็นสัตว์สายพันธุ์ไหน ไม่ว่าจะเป็นหมู วัว หรือไก่ ต่างก็มีชีวิตจิตใจและเจ็บปวดเป็นไม่ต่างไปจากสุนัข