ไทยในบทบาทครัวโลก: หน้าที่ในการส่งเสริมความปลอดภัยด้านอาหาร

ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในนาม ‘ครัวโลก’ เพราะหลายๆ เหตุผล ทั้งมีโครงสร้างเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาหารที่แข็งแกร่งและมีอาหารที่เหลือแหล่พอเลี้ยงประชากร ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของประเทศและความมุ่งมั่นต่อความมั่นคงด้านอาหารยังทำให้ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์มากมาย
เมื่อโลกของเราได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ความปลอดภัยด้านอาหารโลกก็ตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากหลายๆ ประเทศต่างกลัวการแพร่กระจายของโรคระบาด จึงมีการบังคับใช้ข้อจำกัดทางการค้า ส่งผลให้การห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก ประเทศเวียดนามและอื่นๆ ต่างก็รีบหยุดการส่งออกเพื่อให้แน่ใจว่ามีอาหารเพียงพอเลี้ยงคนในประเทศ แต่ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสุทธิเพียงรายเดียวในทวีปเอเชีย และสามารถเพิ่มการส่งออกไปยังต่างประเทศได้โดยไม่ทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารที่บ้านอีกด้วย
ในขณะที่ความปลอดภัยด้านอาหารโลกกำลังถูกทดสอบด้วยโรคระบาด ภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความขัดแย้งทางการเมือง ไทยในฐานะครัวโลกจะมีส่วนช่วยทำให้ความปลอดภัยด้านอาหารมั่นคงขึ้นหรือไม่?
ความปลอดภัยด้านอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เราผลิตอาหารได้น้อยลง สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนี้เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้น ปัญหาขาดแคลนน้ำ ภัยแห้งแล้ง อุทกภัย และปริมาณก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ที่มากขึ้นส่งผลกระทบต่อพืชผลที่คนบริโภคเป็นหลักทั่วโลก เมื่อเราผลิตอาหารได้น้อยลง นั่นหมายถึงมีจำนวนคนที่ขาดแคลนอาหารมากขึ้น น่าแปลกท่ีสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่มาจากปัจจัยที่เกิดจากมนุษย์ หนึ่งในนั้นคือวิธีการผลิตอาหารของเรา และหากเราจะรื้อฟื้นระบบอาหารของเราเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยด้านอาหารโลก เราต้องปฏิวัติระบบอาหารของเราเสียก่อน
ปฏิวัติระบบอาหารของเราด้วย ‘อาหารแห่งอนาคต’
18% ของแคลอรี่ทั้งหมดมาจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์ แต่กระนั้น การปศุสัตว์ใช้พื้นที่การเกษตรถึง 83% ของพื้นที่การเกษตรกรรมทั่วโลก หากเราเปลี่ยนวิถีการบริโภคของเราให้เป็นอาหารแพลนต์เบสมากขึ้น เราจะลดการใช้ที่ดินการเกษตรได้ถึง 75% และยังเลี้ยงทุกคนบนโลกได้อย่างเพียงพอ นอกจากการปศุสัตว์จะใช้ที่ดิน น้ำ และพลังงานมากกว่าแล้ว อาหารที่ผลิตจากสัตว์เช่น เนื้อแดง นมวัว หรือกุ้งจากฟาร์มกุ้งยังเชื่อมโยงกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงที่สุดในระบบอาหาร มาดูตัวอย่างกันว่า 1 กิโลกรัมของอาหารแต่ละชนิดปล่อยก๊าซเรือนกระจกกี่กิโลกรัม
เนื้อวัว - 70.6 กิโลกรัม
เนื้อแกะ - 39.7 กิโลกรัม
ปลา - 13.6 กิโลกรัม
เนื้อหมู - 12.3 กิโลกรัม
ทีนี้ เรามาดูอาหารแพลนต์เบสกันบ้าง:
เต้าหู้ - 3.2 กิโลกรัม
เมล็ดพืชต่างๆ - 2 กิโลกรัม
ผัก - 0.7 กิโลกรัม
ถั่ว - 0.4 กิโลกรัม
เห็นได้ชัดว่าอาหารแพลนต์เบสเป็นผู้ชนะหากเทียบกันในเรื่องปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่จะถูกปล่อยออกมาจากการผลิตอาหารเหล่านี้ และนี่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เราควรใช้เมื่อเลือกว่าอาหารประเภทใดจะได้รับเลือกให้เป็น ‘อาหารแห่งอนาคต’ อาหารเพื่ออนาคตจะต้องดีกว่าต่อโลก สุขภาพของเรา และเมตตาสัตว์ และในฐานะที่เป็นครัวโลก ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นจริง
ความพร้อมของไทยในการผลิตอาหารแห่งอนาคต
ประเทศไทยที่เป็นแหล่งของวัตถุดิบแพลนต์เบสหลายชนิดสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์มากมายให้กับภาคอุตสาหกรรมแพลนต์เบสได้ การส่งออกอาหารส่วนใหญ่ของไทยเช่น ข้าว มันสำปะหลัง สัปปะรดกระป๋อง ต่างก็เป็นอาหารแพลนต์เบสอยู่แล้ว นอกจากนี้ ตัวเลขการส่งออกโปรตีนจากพืชของไทยก็เติบโตทุกปี ซึ่งในปี 2021 มีการเติบโตถึง 64% ประเทศไทยยังมีการแข่งขันในด้านการคิดค้นเนื้อแพลนต์เบสที่สูง ผู้ชนะการแข่งขัน ASEAN Food Innovation Challenge ของปี 2021 ก็เป็นทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ที่เอาชนะการแข่งขันด้วยผลิตภัณฑ์ ‘เนื้อวากิวจากพืช 100%’ การเติบโตที่รวดเร็วของภาคอาหารแพลนต์เบสก็ยังกระตุ้นให้รัฐบาลไทยอยากเข้ามาสนับสนุนนวัตกรรมอาหารแพลนต์เบสและส่งเสริมให้ภาคนี้เป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ตามข้อมูลของ Bloomberg Intelligence ตลาดอาหารแพลนต์เบสจะคิดเป็น 7.7 % ของตลาดโปรตีนทั่วโลกภายในปี 2030 โดยมีมูลค่ามากกว่า 162 พันล้านดอลลาร์ ด้วยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลและนวัตกรรมใหม่ๆ จากภาคเอกชน ประเทศไทยจะกลายเป็นครัวของโลกที่ผลิตอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และยั่งยืนมากขึ้นให้กับทุกคนได้
โดยรวมแล้ว ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นหลักที่ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยด้านอาหารของโลกผ่านภาคอาหารแพลนต์เบสของประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องได้ อาหารแพลนต์เบสเป็นมิตรกับโลกมากกว่าอาหารจากสัตว์มาก งานวิจัยหลายๆ ฉบับก็ยังชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ต่อสุขภาพของการบริโภคอาหารแพลนต์เบส การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน European Journal of Clinical Nutrition แสดงให้เห็นว่าการรับประทานอาหารแพลนต์เบสเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตของโรคโควิด-19 แต่หากเราจะเร่งการพัฒนาภาคอาหารแพลนต์เบสของไทยได้ เราจะต้องมีความต้องการหรืออุปสงค์มากขึ้น และในฐานะผู้บริโภค คุณมีอำนาจช่วยผลักดันภาคอาหารแพลนต์เบสของเรา ลองทานอาหารวีแกนวันนี้และเข้าร่วมโครงการท้าลอง 22 วันของเรา คุณจะได้รับคำแนะนำด้านโภชนาการ สูตรอาหารแสนอร่อย และคำแนะนำจากนักโภชนาการมืออาชีพฟรี












https://thoitiethomnay.org/ Lúc đầu mình cũng hơi lăn tăn không biết có gì hay để mở ra coi nhanh không. Vào thử thì thấy trang hiển thị khá gọn, vừa mở là đập vào mắt ngay nhiệt độ hiện tại (mình thấy đang 30°C) kèm “cảm giác như” nên khỏi phải đoán hôm nay nóng mức nào, nhìn phát hiểu luôn; thêm cái hay là có ô chọn tỉnh/thành đặt ngay chỗ dễ thấy nên mình đổi qua lại giữa mấy nơi quan tâm rất nhanh, không phải kéo lên kéo xuống tìm. Mình thích kiểu cập nhật trong ngày, kiểu sáng coi một lần rồi trưa quay lại vẫn có số liệu mới chứ không đứng im. Nói chung dùng…
đăng nhập fly88 tối qua lúc nghỉ tay lướt thử vài phút, mình cũng hơi nghi ngại kiểu “lại thêm một trang rối rắm” nhưng vào rồi thấy hướng đi khá rõ. Mình không ngồi test trò gì đâu, chủ yếu nhìn cách họ trình bày và đường đi nước bước để lần sau cần thì bấm cho nhanh (đỡ mất công mò). Cái mình để ý là mấy khung thông tin đặt thẳng hàng, tiêu đề chia ra từng mảng nên kéo xuống là hiểu đang nói phần nào, không phải nhảy qua lại quá nhiều. Thêm nữa, chỗ liên quan nạp rút giao dịch họ để ngay trong luồng nội dung nên nhìn phát thấy liền, kiểu họ…
tỷ lệ kèo nhà cái mình thấy bạn bè hay nói quá nên mình ghé thử cho biết, kiểu vào xem nhanh chứ không có ngồi đọc từng dòng đâu. Vừa mở lên là thấy bố cục chia khối rõ ràng, nhìn cái là biết phần nào là thông tin chính, không bị rối mắt. Mình thích nhất mấy bảng số liệu họ trình bày theo cột gọn gàng, liếc phát là bắt được ý, khỏi phải zoom hay kéo qua lại. Menu cũng để ngay chỗ dễ thấy nên chuyển qua lại mượt, không phải mò. Nói chung cảm giác dùng khá nhẹ đầu, không bị nhồi chữ hay màu mè quá. Ấn tượng nhất vẫn là cách họ…