อะไรคือแรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังฟาร์มอุตสาหกรรม?
- 6 days ago
- 1 min read

เมื่อพูดถึงการเปลี่ยนแปลงระบบอาหาร หลายคนมักนึกถึงคำถามว่า “เราควรกินอะไร?” หรือ
“ผู้บริโภคควรเลือกแบบไหน?”
แม้ว่าคำถามเหล่านี้จะสำคัญ แต่ความจริงแล้ว ระบบอาหารไม่ได้ถูกกำหนดจากการเลือกของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว
ก่อนที่อาหารจะมาถึงจานของเรา มีการตัดสินใจมากมายเกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่การผลิต การจัดซื้อ การลงทุน ไปจนถึงนโยบายของภาครัฐและภาคธุรกิจ การตัดสินใจเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อทั้งสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตของสัตว์นับพันล้านตัว
รายงานใหม่เผยภาพการเติบโตของระบบปศุสัตว์ทั่วโลก
รายงาน Global Justice Report ซึ่งได้รับการนำเสนอโดย The Guardian ชี้ให้เห็นว่า หากโลกต้องการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิดขึ้นในระดับโครงสร้าง
หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจคือ จำนวนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์ปีกที่ถูกเลี้ยงเพื่อการผลิตอาหารทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ภายในเวลาไม่ถึง 20 ปี จนแตะเกือบ 9.5 หมื่นล้านชีวิต
ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความต้องการผลิตอาหารจากสัตว์ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังหมายถึงการใช้ที่ดิน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติในปริมาณมหาศาล รวมถึงสัตว์นับพันล้านชีวิตที่ยังคงอยู่ภายใต้ระบบการผลิตที่จำกัดพฤติกรรมตามธรรมชาติและให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการผลิตเป็นหลัก
ทำไมสถาบันการเงินจึงถูกพูดถึงในประเด็นสวัสดิภาพสัตว์?
Merel van der Mark หัวหน้าฝ่ายสวัสดิภาพสัตว์และการเงินของ Sinergia Animal ได้กล่าวในบทความนี้ว่า การลดความเสียหายต่อโลกที่เกิดจากระบบปศุสัตว์จำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบการบริโภคที่พึ่งพาเนื้อสัตว์ในปริมาณสูง ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติในหลายพื้นที่ทั่วโลก
เธอยังเรียกร้องให้ธนาคารเพื่อการพัฒนาที่ได้รับเงินทุนจากภาครัฐเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ด้วยการทบทวนเกณฑ์การลงทุน หลังจากสถาบันการเงินเหล่านี้ให้เงินสนับสนุนแก่ระบบฟาร์มแบบเข้มข้นรวมถึง 1.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567
"เรื่องนี้หมายถึงการเปลี่ยนผ่านออกจากการผลิตปศุสัตว์ในระบบอุตสาหกรรม ซึ่งธนาคารพหุภาคีเพื่อการพัฒนาต้องมีส่วนสนับสนุน ด้วยการยุติการให้เงินทุนแก่ฟาร์มอุตสาหกรรม และปรับทิศทางกระแสเงินทุนให้สอดคล้องกับโลกที่ยั่งยืนมากขึ้น"
นี่คือเหตุผลที่ Sinergia Animal ทำงานเพื่อเปลี่ยน “ระบบ”
การลดความทุกข์ของสัตว์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว หากระบบที่อยู่เบื้องหลังการผลิตอาหารยังคงเหมือนเดิม
ด้วยเหตุนี้ Sinergia Animal จึงทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้มีบทบาทตลอดห่วงโซ่อาหาร เพื่อผลักดันให้สวัสดิภาพสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจในทุกระดับ
หนึ่งในตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือการสนับสนุนให้ธุรกิจเปลี่ยนมาใช้ ไข่ไก่ปลอดกรง ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาระบบการเลี้ยงแม่ไก่ในกรงตลอดชีวิต และเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในอุตสาหกรรมอาหาร
ขณะเดียวกัน Sinergia Animal ยังสนับสนุนให้เกิดความรับผิดชอบมากขึ้นในด้านการลงทุนและการจัดซื้อ เพราะการตัดสินใจของผู้ให้ทุนและธุรกิจสามารถส่งผลต่อสัตว์นับล้านตัวได้ไม่แพ้การตัดสินใจของผู้บริโภค
หากคุณสนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญที่เรากำลังดำเนินงาน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://linktr.ee/sinergiaanimalthai











Comments