17 แบรนด์อาหารจาก 3 บริษัทใหญ่ประกาศนโยบายไข่ไก่ปลอดกรงในทวีปเอเชียและเปรู



หลังจากการเจรจากับซิเนอร์เจีย แอนิมอลและองค์กรพิทักษ์สัตว์อื่นๆ สามบริษัทใหญ่เจ้าของ 17 แบรนด์อาหารในทวีปเอเชียและภูมิภาคลาตินอเมริกาก็ได้ประกาศใช้นโยบายไข่ไก่ปลอดกรง บริษัท Acurio Restaurantes (จากประเทศเปรู) โรงแรม Chatrium (จากประเทศไทย พม่า และญี่ปุ่น) และ Toridoll (จากประเทศอินโดนีเซีย) จะใช้นโยบายไข่ไก่ปลอดกรงในห่วงโซ่อุปทานของตน


ในทวีปเอเชีย ความพยายามของเราร่วมกับ Open Wing Alliance ก็ได้ผลักดันให้ The Chatrium Hotels and Residences ตัดสินใจที่จะเดินหน้าตามเป้าหมายสู่ความยั่งยืนของธุรกิจโรงแรม บริษัทอินเตอร์ บริษัท The Chatrium Hotels and Residences ซึ่งมีทั้งหมด 7 สาขาทั่วทั้งประเทศไทย พม่า และญี่ปุ่น จะจัดซื้อเพียงไข่ไก่ที่มาจากระบบปลอดกรง 100% เท่านั้น


บริษัท Toridoll ก็ได้ประกาศนโยบายไข่ไก่ปลอดกรงเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาเช่นกัน บริษัทข้ามชาติผู้อยู่เบื้องหลังหลายๆ แบรนด์ เช่น Wok to Walk, Marugame Udon, Boat Noodle, Shoryu, Tamjay Samgor, Pokeworks, และ Monster Curry จะยุติการใช้ไข่ไก่จากระบบกรงตับภายในปี 2030 การตัดสินใจครั้งนี้มีผลใช้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานของทั้ง 7 แบรนด์ในประเทศอินโดนีเซีย


บริษัทสัญชาติเปรู Acurio Restaurantes ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ถึง 9 แบรนด์ด้วยกัน ประกอบไปด้วย Astrid y Gastón, Tanta, Chicha, Papachos, La Mar, Panchita, El Bodegón, Me late chocolate, และ Barra Chalaca โดยทุกแบรนด์จะใช้เพียงไข่ไก่ที่มาจากระบบปลอดกรงเท่านั้นใน 22 สาขาทั่วประเทศ การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการเจรจากับซิเนอร์เจีย แอนิมอล และ ARBA และการเปลี่ยนถ่ายสู่ระบบปลอดกรงจะแล้วเสร็จภายในปี 2025


นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับแม่ไก่หลายล้านชีวิตใน 5 ประเทศ​เหล่านี้ เนื่องจากระบบกรงตับเป็นหนึ่งในการปฏิบัติที่โหดร้ายต่อสัตว์ที่สุดในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ในระบบกักขังเช่นนี้ แม่ไก่ไม่สามารถแสดงบางพฤติกรรมตามธรรมชาติ เช่น กางปีกออกจนสุด คุ้ยเขี่ย หรือกกไข่ และยังทำให้แม่ไก่มีความเครียดสูงและเสี่ยงที่จะป่วยจากโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น


ซิเนอร์เจีย แอนิมอลใช้การเจรจา การพูดคุย และการสร้างความตระหนักรู้เพื่อส่งเสริมให้บริษัทอาหารใหญ่ๆ ใช้นโยบายไข่ไก่ปลอดกรงในห่วงโซ่อุปทานของตน