top of page

Empower for Impact 2026: พื้นที่แห่งการเรียนรู้ สู่การสร้างการเปลี่ยนแปลง

7 ต.ค.
ยาว 1 นาที

โดย Sinergia Animal ประเทศไทย ภายใต้ Bangkok Climate Action Week 2026



ปีนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของ Empower for Impact 2026 แคมป์ที่จัดขึ้นโดยซิเนอร์เจีย แอนนิมอล (Sinergia Animal) ประเทศไทย เพื่อเปิดพื้นที่ให้อาสาสมัครได้เรียนรู้และทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างระบบอาหาร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และสวัสดิภาพสัตว์


นี่คือเรื่องราวตลอด 3 วันของ Empower for Impact 2026 มาดูกันว่าแต่ละวันเกิดอะไรขึ้นบ้าง


Day 1: Multi-Sector Insights & Campaign Design

วันแรกเริ่มต้นด้วยการชวนผู้เข้าร่วม ขยายมุมมองต่อคำว่า “ระบบอาหาร”


เมื่อพูดถึงอาหาร เรามักนึกถึงเรื่องต่างๆ แยกออกจากกัน ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร เศรษฐกิจ ธุรกิจ สุขภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือสวัสดิภาพสัตว์ แต่ในความเป็นจริง ประเด็นเหล่านี้เชื่อมโยงกันเสมอ


ภายใต้หัวข้อ “Who Shapes the Future of Food?” ผู้เข้าร่วมได้ฟังมุมมองจากผู้ที่ทำงานอยู่ในระบบอาหารจากหลากหลายภาคส่วน ผ่านสองวงสนทนาที่ชวนมองทั้งภาพจากภาคการผลิตและการตัดสินใจที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อาหาร


ใน session แรก “When Evidence Meets Experience: Rethinking Farming Together” ผู้เข้าร่วมได้ฟังมุมมองจากทั้งภาคการผลิต นโยบายและสุขภาพ รวมถึงภาควิชาการ



ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. ชวนมองผ่านมิติของสุขภาพและคุณภาพชีวิต คุณสาธิต เครือรัฐติกาล ผู้จัดการทั่วไปและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สงวนฟาร์ม ถ่ายทอดมุมมองจากผู้ผลิต ขณะที่ และรองศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ อรรถวานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเกษตรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ชวนมองภาพผ่านมิติของการเกษตร สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหาร


จากนั้นจึงขยับมามองอีกด้านของระบบใน session “Beyond the Farm: How Business Decisions Shape the Food System” เพราะระบบอาหารไม่ได้หยุดอยู่ที่ฟาร์ม การตัดสินใจของธุรกิจ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ผู้ค้าปลีก และบริษัทอาหาร ล้วนมีส่วนกำหนดว่าอาหารมาจากไหน ถูกผลิตอย่างไร และมาตรฐานแบบไหนจะถูกนำมาใช้ในห่วงโซ่อุปทาน



ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนกับคุณกนกวรรณ แช่มช้อย ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน Chatrium Hospitality Group และคุณชวกร ชนาธัญธำรง ผู้อำนวยการ ESG (Corporate Sustainability) ONYX Hospitality Group ถึงบทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านการตัดสินใจในแต่ละวัน


บทสนทนาเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับการทำงานของซิเนอร์เจีย แอนนิมอล (Sinergia Animal) ในประเทศไทย ซึ่งทำงานเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงในระบบอาหาร โดยเฉพาะการสร้างความตระหนัก การทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ และการส่งเสริมให้เกิดมาตรฐานที่ดีขึ้นสำหรับสัตว์และระบบอาหารโดยรวม


เมื่อช่วงการเรียนรู้จบลง ผู้เข้าร่วมได้ก้าวออกสู่พื้นที่สาธารณะผ่านการเข้าร่วม Climate Parade ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Climate Action Week 2026 ระหว่าง Climate Parade ผู้เข้าร่วมยังมีโอกาสได้พบกับ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้คนจากหลากหลายภาคส่วนที่มาร่วมงาน



Day 2: Building the Foundation: Food Systems, Climate Action & Advocacy 

วันที่สอง ผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นเพียงผู้ฟังอีกต่อไป แต่เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมกับบทสนทนาและทดลองคิดถึงการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง


ผู้เข้าร่วมได้เข้าสู่ Plate to Planet เวิร์คช็อป ซึ่งชวนทุกคนถอยกลับมามองอาหารที่อยู่ตรงหน้าในมุมที่กว้างขึ้นอาหารหนึ่งจานไม่ได้มีเพียงสิ่งที่เราเห็น แต่เบื้องหลังยังมีทรัพยากร กระบวนการผลิต สิ่งแวดล้อม ผู้คน และสัตว์ที่เกี่ยวข้องอยู่ในระบบเดียวกัน



เวิร์กช็อปนี้จึงชวนผู้เข้าร่วมตั้งคำถามว่า อาหารที่เรากินเชื่อมโยงกับโลกอย่างไร และเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบนั้นอย่างไรบ้าง เมื่อเริ่มมองเห็นความเชื่อมโยงแล้ว ผู้เข้าร่วมจึงได้ลองนำมุมมองเหล่านั้นไปใช้กับโจทย์จริงใน Collaborative Solutions Lab


ในกิจกรรมนี้ ผู้เข้าร่วมทำงานร่วมกันผ่านกรณีศึกษาจากสถานการณ์จริงที่องค์กรต้องเผชิญ พร้อมระดมความคิดจากมุมมองที่หลากหลาย สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่การค้นหาคำตอบที่สมบูรณ์แบบให้ได้ทันที แต่คือการเรียนรู้ที่จะ ตั้งคำถามให้ดีขึ้น เข้าใจผู้คนและระบบให้ลึกขึ้น และมองหา next step ที่เป็นไปได้จริง


Day 3: Field Experience, Reflection & Action Pathways

หลังจากสองวันที่ได้พูดคุยถึงระบบอาหารในมุมของนโยบาย ธุรกิจ การรณรงค์ และการเปลี่ยนแปลงในระดับระบบ วันที่สามจึงเป็นวันที่ผู้เข้าร่วมได้ ก้าวออกจากพื้นที่ของการเรียนรู้ในพื้นที่จริง สงวนฟาร์ม (Sa-Nguan Farm) ฟาร์มที่มีระบบ Cage-Free Aviary ในระดับเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทย



ที่สงวนฟาร์ม ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบ Cage-Free Aviary ซึ่งออกแบบให้แม่ไก่สามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้มากขึ้น ทั้งการเกาะคอน การทำรัง การคุ้ยเขี่ย และการเคลื่อนไหวภายในโรงเรือน พร้อมได้พูดคุยกับผู้ที่ทำงานอยู่ในภาคการผลิตถึงประสบการณ์และความท้าทายของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการเลี้ยงแบบไม่ขังกรง


ประสบการณ์ในพื้นที่ทำให้ผู้เข้าร่วมได้กลับมามองคำถามเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้จากมุมที่ต่างออกไปว่า หากระบบอาหารมีผู้คนและการตัดสินใจมากมายอยู่เบื้องหลัง แล้วเราเองสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ตรงไหนบ้าง? และกลับมาทบทวนสิ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้ตลอดสามวันที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงว่า “เราได้เห็นอะไร?” แต่ยังรวมถึงคำถามว่า “แล้วเราได้อะไรกลับไปด้วย?”


ขอขอบคุณ Bangkok Climate Action Week 2026 ที่เปิดพื้นที่ให้บทสนทนาเหล่านี้เกิดขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้คนจากหลากหลายพื้นฐานได้เข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยน และเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ไปด้วยกัน


แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมครั้งต่อไป!

หากคุณอยากเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ร่วมเป็นอาสาสมัครกับเรา ได้ที่ในลิงก์นี้ 



 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page