5 ทิปส์สำหรับวีแกน รับมือกับวันรวมญาติยังไงดี?



วีแกนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นวีแกนมาตั้งแต่เกิด และไม่ได้เติบโตมาในครอบครัววีแกน ดังนั้นจึงยังต้องใช้เวลาช่วงวันหยุดเช่นนี้กับสมาชิกในครอบครัวผู้ซึ่งไม่ได้เป็นวีแกน และอาจจะไม่ได้มีความเข้าใจกับวิถีชีวิตแบบนี้มากเท่าไหร่ เราต้องไปนั่งที่โต๊ะอาหารซึ่งเต็มไปด้วยเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์อื่นๆ มากมาย และบ่อยครั้ง พวกญาติแสนน่ารักของเราก็จะตั้งคำถามเกี่ยวกับวิถีของเรา หรืออาจคะยั้นคะยอให้กินเนื้อสัตว์เสียบ้าง


ไม่ได้จะต่อว่าว่าญาติๆ ของเรานั้น ช่างไม่เข้าอกเข้าใจเอาเสียเลยหรืออะไรอย่างนี้หรอกนะคะ แต่เราก็รู้ดีใช่ไหมล่ะ ว่าบางทีมันก็เหนื่อยที่ต้องมาคอยตอบคำถามเดิมๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วีแกนรุ่นใหม่ อายุน้อยๆ เพิ่งเริ่มสร้างตัว ยังไม่มีรายได้มากเท่าไร เราก็อาจจะไม่มีกำลังทรัพย์ไปจับจ่ายซื้อหาอาหารมาสำหรับเทศกาลวันหยุดแบบนี้ได้ หรือไม่ได้มีอำนาจต่อรองใดๆ ในการซื้อหาอาหารที่จะมาอยู่ในตู้เย็นไปตลอดทั้งปี


สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้เสมอคือ ก่อนที่เราจะเป็นวีแกน เราก็เคยตั้งคำถามกับเพื่อนๆ และญาติๆ วีแกนคนอื่นๆ ของเรามาก่อนเหมือนกัน หากลองนึกย้อนดู ก็การพูดคุยแลกเปลี่ยนนั่นเองที่ทำให้เราหันกลับมาคิดทบทวนพฤติกรรมการบริโภคของเรา ดังนั้นคงจะดีไม่น้อย ถ้าเรามีวิธีรับมือกับข้อโต้แย้งเหล่านี้ เผื่อคนอื่นๆ ที่ฟังเราจะคิดได้บ้าง


  1. อย่าหงุดหงิด

การพูดคุยเรื่องสิทธิสัตว์บานปลายกันได้ง่ายๆ และอาจไปจี้จุดใครเข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งวีแกนมือใหม่

อย่าไปถือเอาคำพูดของคนอื่นมาใส่ใจมากนัก เพราะคนไม่วีแกนส่วนใหญ่มักจะคิดไปเองโดยอัตโนมัติว่า ชาววีแกนกำลังท้าทายกับระบบความเชื่อด้านศีลธรรมที่พวกเขายึดถือมาทั้งชีวิต แทนที่จะไปยืนยันว่าเรากำลังท้าทายเขาจริงๆ เปลี่ยนมาพูดบรรยายความรู้สึกของตัวเราเอง ว่าเราคิด หรือรู้สึกอย่างไรเมื่อได้รู้ข้อมูลว่าสัตว์ถูกกระทำอย่างไรบ้าง และข้อมูลดังกล่าวทำให้เราตระหนักได้ว่าเราเองก็มีส่วนร่วมกับระบบที่ทำให้สัตว์ถูกฆ่าและทารุณเช่นกัน ทำให้เขาค้นพบความเมตตาที่อยู่ในตัวเขาเองก่อน


2. อย่าก้าวร้าว


หากมีคนมาท้าชวนโต้วาทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้สูดหายใจลึกๆ ควบคุมอารมณ์ไว้ เรารู้ดีว่ามันยากที่จะมานั่งทำสมาธิ เมื่อเราก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าทุกๆ วินาที มีสัตว์ถูกฆ่านับล้านๆ ชีวิต แต่อย่าลืมว่าการจะทำให้คนอื่นหันมารับฟังเรา และเปลี่ยนมาเป็นวีแกนนั้น สิ่งที่คุณพูดจะต้องเข้าถึงจิตใจคนได้ หากเราปล่อยให้อารมณ์ครอบงำเรา และเริ่มก้าวร้าว คนก็จะไม่อยากคุยกับเราเรื่องวีแกน และเราก็จะเสียโอกาสในการพูดคุยเรื่องนี้ไป อย่าลืมว่าการพูดคุยเรื่องวีแกนอาจจะทำให้คนหันมาเป็นวีแกนได้ ใช้เหตุผล และใจเย็นๆ


3. หาข้อมูลเตรียมไว้ก่อน


เราทุกคน ไม่ว่าจะวีแกนหรือไม่วีแกน ก็ใช้กว่าครึ่งค่อนชีวิต รับข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อ ที่บอกว่าร่างกายมนุษย์ต้องการโปรตีนจากสัตว์ ข้อโต้แย้งที่มาจากการรับข้อมูลผิดๆ แบบนี้จะต้องมีมาแน่ๆ ในวันรวมญาติ เมื่อญาติไม่วีแกนของเราพยายามหาทางปกป้องตัวเอง ดังนั้นคุณจึงต้องถือไพ่เหนือกว่า หาข้อมูลมาให้แน่นปึก จะได้ไม่สับสน และไม่ถูกอารมณ์ครอบงำเมื่อมีคนมาชวนให้เถียง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องท่องมาให้ดีว่าข้อมูลอะไรกันแน่ที่ถูกตามหลักวิทยาศาสตร์ และอะไรเป็นเพียงความชื่อผิดๆ คอยสอดส่องหาข้อมูลใหม่ๆ มาใส่สมองอยู่เสมอ เพื่อให้เรามั่นใจมากขึ้นเวลาต้องโต้วาทีในวันรวมญาติ


4. ทำตัวเป็นแบบอย่าง


หากไม่มีพลังมากพอที่จะไปเถียงกับใครเขา ก็ให้ทำตัวเป็นแบบอย่างแทน ถ้าเป็นไปได้ ให้ชิงเสนอตัวขอช่วยทำอาหารไปก่อนเลย และก็ทำให้ทุกคนประหลาดใจด้วยการทำเมนูจากพืชแสนอร่อยให้ญาติๆ ได้ลอง ญาติๆ ของเรามักจะยึดติดอยู่กับวัตถุดิบที่เคยชิน ถือโอกาสนี้ทำให้เขาประหลาดใจด้วยวัตถุดิบจากพืชใหม่ๆ ที่อร่อยไม่แพ้กัน


5. วางแผนล่วงหน้า


อย่าได้เปิดโอกาสให้ญาติๆ ของคุณคิดไปได้เชียวว่าวิถีการกินแบบวีแกนของเรานี้จะไปทำให้พวกเขาได้รับความลำบากเดือดร้อน ต้องมาคอยเตรียมอาหารแยกบริการเรา วางแผนล่วงหน้าไว้ว่าคุณจะกินอะไรระหว่างวันรวมญาตินี้ หากมีกำลังทรัพย์พอจะซื้อหาอะไรได้ ก็ซื้ออาหารของเราเตรียมไว้เอง หรือจะเสนอให้คนอื่นๆ ลองชิมอาหารที่เราเตรียมมาด้วยก็ได้ หากไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะทำเช่นนั้น ให้ลองขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ วีแกนของคุณ หรือญาติที่เปิดใจรับไลฟ์สไตล์แบบวีแกน และอย่าปล่อยให้ผลิตภัณฑ์วีแกนแพงๆ ทั้งหลายมาหลอกให้คุณคิดไปว่าการเป็นวีแกนต้องแพง มีวัตถุดิบตั้งมากมายที่เป็นวัตถุดิบท้องถิ่น หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง อาหารจากทุกวัฒนธรรมมีส่วนผสมที่มาจากพืชอยู่แล้ว และปัจจุบันนี้ก็มีสูตรอาหารวีแกนให้หาดูได้ตามเว็บไซต์และสื่อโซเชียลทั่วไป มีระดับงบให้เลือกหลากหลาย เพียงแต่ว่าคุณต้องวางแผนล่วงหน้าเท่านั้นเอง


แม้ญาติๆ จะไม่เป็นวีแกนเหมือนคุณ ก็อย่าลืมเสียว่าพวกเขานี่เองที่เลี้ยงดูคุณมาให้เราเป็นแบบที่เราเป็นในทุกวันนี้ ตัวคุณที่เป็นวีแกนเพื่อสัตว์ อย่าลืมย้ำกับพวกเขาว่าคุณรักและเป็นห่วงพวกเขาขนาดไหน จึงอยากให้พวกเขาได้เข้าใจวิถีที่คุณเลือก บอกเขาว่าก็เพราะพวกเขานี่เองที่เลี้ยงดูให้คุณเติบโตมาเป็นคนที่ห่วงใยและเคารพทุกชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใด ขอบคุณพวกเขา และย้ำอีกครั้งว่าเรารู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเรา สำหรับโลก และสำหรับสัตว์ด้วย


หากมีญาติ คนไหนอยากจะลองหันมาเป็นวีแกนเหมือนคุณ หรือตัวคุณเองก็ยังไม่วีแกนเสียทีเดียว ก็มาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการท้าลอง 22 วันของเราได้ ไปที่ thaichallenge22.org