เรือบรรทุกแกะ 14000 ชีวิตล่มใกล้ชายฝั่งโรมาเนีย


เรือบรรทุกสินค้าชื่อว่า Queen Hind ล่มกลางทะเลดำ ใกล้ชายฝั่งประเทศโรมาเนีย ส่งผลให้แกะมากกว่า 14000 ชีวิต ติดอยู่ในเรือ ลูกเรือชาวซีเรียทั้งหมดกว่า 20 คนได้รับการช่วยเหลือจากเรือไว้ได้ทันท่วงที แต่ชะตากรรมของสัตว์นับหมื่นชีวิตที่ติดอยู่ในเรือนั้นยังไม่ชัดเจน

ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง นักดำน้ำและหน่วยเฝ้าระวังภัยชายฝั่งโรมาเนียเริ่มปฏิบัติการเพื่อช่วยแกะทั้งหมดออกจากเรือ ภาพจากวีดีโอแสดงให้เห็นว่ามีแกะห้อยจาก “หน้าต่าง” ของเรือ บ้างก็ยังมีชีวิตอยู่ จนถึงตอนนี้มีแกะเพียง 119 ชีวิตเท่านั้นที่ถูกช่วยออกมาจากเรือ

แกะบางตัวหนีออกมาจากเรือได้ว่ายน้ำอยู่ในทะเลอยู่สักพักก่อนจะจมน้ำหายไป ริชาร์ด เอียร์ฮาร์ดท ผู้เชี่ยวชาญสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กและศาสตราจารย์ด้านสัตวศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรัฐมิชิแกนกล่าวกับหนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ค ไทมส์ว่า แกะเป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำไม่เก่ง เพราะว่าขนอุ้มน้ำมากเกินไปและทำให้จมน้ำเร็ว มีภาพถ่ายบางภาพที่แสดงให้เห็นแกะจมหายไปในน้ำ

เรือลำนี้มีกำหนดเดินทางไปยังซาอุดิอาระเบีย หลังจากที่ออกจากท่าเรือมิเดีย ประเทศโรมาเนียเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน โรมาเนียเป็นประเทศผู้เพาะพันธุ์แกะรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของสหภาพยุโรป และเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกสัตว์เป็น ๆ รายใหญ่ที่สุด ส่วนใหญ่แล้วตลาดหลักคือตะวันออกกลาง ทุก ๆ ปีแกะกว่า 70,000 ชีวิตจะถูกส่งออกไปยังประเทศตะวันออกกลาง

เหตุของโศกนาฎกรรมครั้งนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวน แต่กาเบรียล พอน ผู้อำนวยการภูมิภาคสหภาพยุโรปของ องค์กรAnimals International ให้เหตุผลว่า เรือบรรทุกน้ำหนักเกิน องค์กรพิทักษ์สิทธิสัตว์พยายามเรียกร้องให้คนสนใจเรื่องกมาตรการด้านความปลอดภัยที่หละหลวมของการขนส่งสัตว์ในลักษณะแบบนี้มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว และพยายามผลักดันให้ยุติการส่งออกสัตว์แบบเป็นๆ เพื่อการพาณิชย์ โดยให้เหตุผลว่านี่เป็นวิธีปฏิบัติหนึ่งที่โหดร้ายทารุณที่สุดในกระบวนการผลิตเนื้อสัตว์ ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ทำให้การขนส่งสัตว์เป็นๆ ข้ามทวีปเช่นนี้เป็นเรื่องที่โหดร้ายทารุณอย่างมาก

1. สัตว์ต้องเดินทางเป็นวัน ๆ บางครั้งก็เป็นสัปดาห์ สัตว์ซึ่งถูกบรรทุกไปในเรือสินค้าส่วนใหญ่แล้วยังเป็นเพียงทารกหรือและวัยรุ่นเกิดมาได้ไม่เท่าไรก็จะถูกส่งออกไปเดินทาง ขั้นแรก พวกเขาจะถูกขนย้ายโดยรถบรรทุกจากฟาร์มที่พวกเขาเกิดจนมาถึงท่าเรือ จากท่าเรือพวกเขาต้องขึ้นเรือและออกเดินทางหลายวัน บางทีก็เป็นสัปดาห์ หากนึกถึงสภาพที่พวกเขาต้องเผชิญระหว่างเดินทางก็ยิ่งทำให้เราหดหู่ยิ่งกว่าเดิม

2. ขาดสุขลักษณะและสวัสดิภาพ เรียกได้ว่าไม่มีมาตรการใดๆ เพื่อสุขลักษณะหรือสวัสดิภาพของสัตว์เลย ทั้งรถหรือเรือจะบรรทุกสัตว์จนแน่น จนพวกเขาเดินหรือนั่งไม่ได้ หรือถ้าหากพวกเขาพยายามจะนั่งหรือนอน ก็จะโดนเหยียบหรือทับจนตาย ส่วนใหญ่แล้วเรือหรือรถบรรทุกเป็นแบบเปิดโล่ง ปล่อยให้สัตว์เผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดหรือหนาวจัด ลมแรง เปียกฝนหรือน้ำทะเล หรือโดนแดดเผาจนตัวไหม้หรือถ้าอยู่ในเรือแบบปิดก็ไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิให้สัตว์อยู่ดี

สัตว์ถ่ายอุจจาระในรถหรือเรือบรรทุก เนื่องจากมีจำนวนมากและแทบจะไม่มีการทำความสะอาดเลย ตัวพวกเขาจะเปรอะเปื้อนไปด้วยอุจจาระ อาหารของพวกเขาก็เปื้อนอุจจาระไปด้วย ส่วนน้ำดื่มก็มีน้อย หรือถ้ามี ก็ถูกเพื่อนๆ ที่ถูกขนมาด้วยกันขวางไว้ เข้าไปดื่มน้ำได้ยาก เนื่องจากมีของเสียกองทับปริมาณมาก กลิ่นแอมโมเนียจะรุนแรงมาก ทำให้หายใจลำบาก

องค์กรพิทักษ์สัตว์ Animals’ Australia ต่อสู้มาอย่างยาวนาานเพื่อยุติการขนส่งสัตว์ที่ยังมีชีวิต วีดีโดนี้ ซึ่งมาจากการสืบสวนบนเรือจะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ต้องจบลงเสียที

3. บนเรือบรรทุกสินค้า มีหลายชีวิตที่ตายไป และหลายชีวิตที่เกิดใหม่

สัตว์หลายชีวิตต้องทรมานจากอาการบาดเจ็บและโรคต่างๆ หรือตายก่อนจะถึงจุดหมายเสียอีก ไม่ได้รับการดูแลรักษาจากสัตวแพทย์ ถูกทิ้งให้เน่าคาคอก หรือถูกจับโยนทิ้งลงทะเล เรือบางลำติดตั้งเครื่องยน ซึ่งพวกเขาจะโยนซากสัตว์ลงไป มีรายงานว่าเรือบางลำโยนสัตว์เป็นๆ ลงไปในเครื่องบด และทิ้งลงไปในทะเลใน สร้างความเจ็บปวดทุกข์ทรมานให้กับสัตว์เป็นอย่างมาก

การสืบสวนพบกว่า เนื่องจากไม่มีการคุมกำเนิดให้สัตว์ มีหลายชีวิตที่ต้องเกิดมาในสภาพที่อเน็จอนาถเช่นนี้

4. ว่าง่ายๆ ก็คือ การขนส่งแบบนี้อันตรายสำหรับสัตว์

เมื่อไม่นานมานี้ เรือสัญชาติชิลีบรรทุกวัวทั้งหมด 244 ชีวิตติดอยู่กลางทะเล ทำให้วัวเป็นจำนวนมากตายเพราะความอ่อนเพลียและอาการขาดน้ำ ที่บราซิล เรือบรรทุกวัว 5,000 ชีวิตจมลงใกล้ท่าเรือบาร์บาเซน่า เมืองปาร่า ทางตอนเหนือของประเทศบราซิล วีดีโอแสนเศร้าแสดงภาพภาพวัวพยายามตะเกียกตะกายหนีออกจากเรือและว่ายน้ำเข้าฝั่ง วัวหลายชีวิตจมน้ำ ส่วนที่ว่ายถึงฝั่งก็ถูกฆ่ากินเป็นอาหาร

5. ไม่มีทางเลยที่แต่ละประเทศจะรู้ว่าสัตว์ถูกฆ่าด้วยวิธีการอย่างไร

คุณเคยคิดไหมว่าทำไมผู้ผลิตจึงต้องส่งออกสัตว์เป็นๆ ไปยังประเทศอื่น คำตอบก็คือผู้ผลิตอยากควบคุบวีธีการฆ่าสัตว์ เพื่อให้แน่ใจว่าวิธีการฆ่าถูกต้องตามหลักศาสนา เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้ว่าประเทศผู้ส่งออกทำตามข้อกำหนดหรือไม่ แม้แต่ข้อกำหนดพื้นฐาน เช่น การทำให้สัตว์หมดสติก่อนปาดคอ ก็เลยต้องมีการส่งสัตว์เป็นๆ ข้ามทวีป ประเทศผู้รับสัตว์จะได้ฆ่าสัตว์เองด้วยวิธีการที่ตรงตามข้อกำหนดของศาสนา

6. การขนส่งสัตว์เช่นนี้มีผลกระทบใหญ่หลวงต่อสิ่งแวดล้อม

เคยคิดไหมว่าในหนึ่งวัน วัวชีวิตหนึ่งอุจจาระเท่าไหร่ หากนำปริมาณอุจจาระมาคูณกับจำนวนวัวที่อยู่ในเรือและคูณกับจำนวนวันเดินทาง ลองคิดดูว่าเมื่อต้องทำความสะอาดพื้นที่อยู่ของสัตว์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์ คนงานจะกวาดของเสียเหล่านี้ไปไหน? แน่นอนว่าต้องกวดทิ้งลงไปในทะเล

นี่ยังไม่ได้นับรอยเท้าคาร์บอนของการทำปศุสัตว์ การปศุสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าระบบขนส่งทั่วโลกรวมกันเสียอีก ในปี 2016 บริษัทผู้ผลิตเนื้อสัตว์รายใหญ่ที่สุดสามราย เจบีเอส คาร์กิล และไทสัน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันมากกว่าประเทศฝรั่งเศสทั้งประเทศ ก๊าซเรือนกระจกจากห้าบริษัทผู้ผลิตเนื้อรายใหญ่ของโลกรวมกันยังมีปริมาณมากกว่าก๊าซเรือนกระจกจากบริษัทน้ำมันรายหลักอย่าง เอ็กซอน เชลล์ และบีพีเสียอีก

มาช่วยกันหยุดความโหดร้ายทารุณเช่นนี้ต่อสัตว์ โดยลงชื่อสนับสนุนแคมเปญของ Animals Australia ที่นี่ และเข้าร่วม “ท้าลอง22วัน” โครงการที่สนับสนุนให้คนใช้ชีวิตแบบวีแกน หรือจะมาเป็นอาสาสมัครกับเราก็ได้นะคะ มาสร้างโลกที่เต็มไปด้วยความเมตตาด้วยกันค่ะ