ผลวิจัยชี้ ผู้ชายบริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้นเมื่อความเป็นชายถูกคุกคาม

งานวิจัยตีพิมพ์โดยมหาวิทยาลัยฮาวายเผยว่า ผู้ชายมักจะบริโภคเนื้อแดงมากขึ้นเมื่อรู้สึกว่าความเป็นชายถูกคุกคาม ผลการวิจัยชี้ว่า ผู้ชายตอบโต้ “การคุกคามอัตลักษณ์ทางเพศของตน” โดย “การชดเชยความเป็นชายเกินจำเป็น” ซึ่งหมายถึงปรากฏการณ์ที่ผู้ชาย “แสดงออกพฤติกรรมความเป็นชายอย่างสุดโต่งเพื่อตอกย้ำความเป็นชายให้ตนเอง” มนุษย์เพศชายมักมองเนื้อสัตว์ว่าเป็นภาพตัวแทนแห่งอำนาจ กลไกในการชดเชยนี้แสดงออกโดยผ่านการเลือกบริโภค ซึ่ง “ได้รับอิทธิพลจากชุดความเชื่อที่ว่าความเป็นชายมีอำนาจมากกว่า ทำให้ผู้ชายรู้สึกกดดัดว่าต้องปฏิบัติตนตามชุดความเชื่อดังกล่าวเพื่อจะได้รักษาความเป็นชายของตนไว้”


ผลสรุปจากงานวิจัยนี้เห็นได้ชัดจากจำนวนประชากรชาววีแกน เช่น ในสหราชอาณาจักร ผู้หญิงมีแนวโน้มจะเป็นวีแกนมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกา มีวีแกนเพียงร้อยละ 24 เท่านั้นที่เป็นผู้ชายอีกทั้งกลุ่มนักกิจกรรมวีแกนยังเป็นผู้หญิงกว่าร้อยละ 75





ความเป็นชายมักถูกนิยามว่าคือการได้มาและการรักษาไว้ซึ่งอำนาจ หนทางหนึ่งในการรักษาอำนาจคือการใช้สัญลักษณ์แห่งความรุนแรง การเอาชนะ และการมีอำนาจเหนือผู้อื่น

พฤติกรรมหนึ่งซึ่งพบว่าถูกนำไปเชื่อมโยงกับการรับรู้ความเป็นชายคือการบริโภคเนื้อแดง เช่นที่กล่าวไว้ในงานวิจัยว่า “ผู้ชายใช้คุณสมบัติเชิงสัญญะของเนื้อสัตว์ เพื่อชดเชยสถานะที่ถูกกดลงเมื่อความเป็นชายถูกคุกคาม การแสดงออกพฤติกรรมที่คิดว่าเหมาะสมกับเพศของตน (ในที่นี้หมายถึงการบริโภคเนื้อสัตว์) ช่วยปกป้องการแสดงตัวตนจากสิ่งที่มาลดทอนความเป็นชาย”


ผู้ชายที่ยึดติดกับแนวคิดความเป็นชายตามขนบดั้งเดิมแบบนี้มักจะหล่อหลอมพฤติกรรมตนเองให้เป็นไปตามนั้น และเนื่องจากว่า แนวคิดเช่นนี้มีพื้นฐานจากบทบาทของเพศชายตามขนบแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ชายเหล่านี้รู้สึกถูกคุกคามด้วยพฤติกรรมใดๆ ก็ตามที่พวกเขาเห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่แสดงความเป็นผู้หญิง

หากคุณเป็นผู้ชายไม่ได้รู้สึกว่าการกินพืชจะคุกคามความเป็นชายของคุณ เราขอเชิญให้คุณเลือกทำสิ่งที่ดีกว่าเพื่อสุขภาพ เพื่อสัตว์ และเพื่อโลกที่ดีกว่า ลงชื่อเข้าร่วมโครงการท้าลอง 22 วันได้ที่ www.thaichallenge22.org