จานอาหารเปลี่ยนโลก: เมื่อสุขภาพหัวใจและขยะอาหารเริ่มต้นที่มื้อนี้
ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล เปิดมุมมองจากที่มาของอาหาร ใน “วันหัวใจโลก” และ “วันสากลเพื่อการตระหนักรู้เกี่ยวกับการสูญเสียและขยะอาหาร” แนะทางเลือกจากพืช สู่สุขภาพที่ดีและระบบอาหารที่ยั่งยืน

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 28 กันยายน 2569 – อาหารหนึ่งมื้ออาจดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องของสิ่งที่อยู่บนจาน
แต่เบื้องหลังอาหารแต่ละจานเชื่อมโยงกับทั้งสุขภาพของผู้บริโภคทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตตลอดจนอาหารอีกจำนวนมากที่อาจสูญเสียหรือถูกทิ้งโดยไม่ได้ถูกบริโภค
วันที่ 29 กันยายน ซึ่งตรงกับทั้ง วันหัวใจโลก (World Heart Day) และ วันสากลเพื่อการตระหนักรู้เกี่ยวกับการสูญเสียและขยะอาหาร (International Day of Awareness of Food Loss and Waste) จึงเป็นโอกาสสำคัญในการกลับมามอง “อาหาร” ให้กว้างกว่าการบริโภคในแต่ละมื้อ และพิจารณาว่า สิ่งที่เราเลือกกินรวมถึงวิธีที่อาหารถูกผลิต จัดจำหน่าย และใช้ประโยชน์ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบอาหารเดียวกัน
ในประเทศไทยผลิตภัณฑ์จากสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของอาหารในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย โดย ไข่ไก่เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นขนาดของระบบการผลิตอาหารได้อย่างชัดเจนข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยผลิตไข่ไก่กว่า 16,056 ล้านฟอง 1 หรือเฉลี่ยเกือบ 44 ล้านฟองต่อวันตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงปริมาณอาหารที่ผลิตขึ้นเท่านั้นแต่ยังหมายถึงทรัพยากร พลังงาน และกระบวนการต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังอาหารที่ผู้บริโภคคุ้นเคยในแต่ละวันขณะเดียวกัน อาหารจำนวนมหาศาลที่ถูกผลิตขึ้นกลับไม่ได้ถูกบริโภค
รายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า ในปี 2565 โลกมีขยะอาหารกว่า 1.05 พันล้านตัน 2 จากครัวเรือน ธุรกิจบริการอาหาร และภาคค้าปลีก หรือคิดเป็นราว 19% ของอาหารที่มีให้ผู้บริโภคซึ่งการสูญเสียและขยะอาหารเหล่านี้มีส่วนต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกราว 8-10%
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับวาระวันสากลเพื่อการตระหนักรู้เกี่ยวกับการสูญเสียและขยะอาหารในปี 2569 ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ชูแนวคิด “The Transformative Potential of Reducing Food Loss and Waste” ซึ่งเน้นย้ำว่าการลดขยะอาหารไม่เพียงช่วยลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการ และเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม การสร้างระบบอาหารที่ดีขึ้นไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การลดอาหารเหลือทิ้งแต่ต้องย้อนกลับมามองที่ จุดเริ่มต้นของการเลือกบริโภคในแต่ละวัน
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า อาหารที่ดีต่อสุขภาพควรมีความหลากหลายโดยมีผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และพืชตระกูลถั่วเป็นหลัก สำหรับผู้ใหญ่การเพิ่มสัดส่วนโปรตีนจากพืชทดแทนเนื้อแดงช่วยให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างยิ่งและลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังบางประเภท ประเด็นด้านอาหารและสุขภาพมีความหมายอย่างยิ่งในช่วงวันหัวใจโลกที่ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Don’t Miss a Beat” เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก
สำหรับ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอลจุดร่วมของสองวาระสำคัญนี้อยู่ที่การมองทบทวนตั้งแต่สิ่งที่เราเลือกกินไปจนถึงวิธีที่อาหารถูกผลิต ใช้ และจัดการเมื่อไม่ได้ถูกบริโภคการลดการสูญเสียและขยะอาหารช่วยให้ทรัพยากรถูกนำมาใช้ได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้นขณะที่การเพิ่มทางเลือกจากพืชก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถสนับสนุนทั้งสุขภาพของผู้บริโภคและการเปลี่ยนแปลงของระบบอาหาร
คุณศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าวว่า "การสร้างระบบอาหารที่ดีขึ้นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียวเราสามารถเริ่มจากมื้ออาหารในชีวิตประจำวัน เลือกอาหารจากพืชมากขึ้นและใช้สิ่งที่เราซื้อมาให้คุ้มค่า เมื่อทางเลือกเหล่านี้เกิดขึ้นในวงกว้างก็สามารถช่วยขับเคลื่อนระบบอาหารไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้"
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคแต่เพียงฝ่ายเดียว ผู้ผลิต ธุรกิจอาหารร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ต
ต่างมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มทางเลือกที่ดีขึ้นเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นการบริหารจัดการอาหารเพื่อลดการสูญเสียยกระดับมาตรฐานการผลิตและการจัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น











ความคิดเห็น